OpenAlex · Aktualisierung stündlich · Letzte Aktualisierung: 15.05.2026, 14:53

Dies ist eine Übersichtsseite mit Metadaten zu dieser wissenschaftlichen Arbeit. Der vollständige Artikel ist beim Verlag verfügbar.

Integrating Artificial Intelligence into Construction Curricula Insights from University Faculty in Thailand

2026·0 Zitationen·Journal of Technical and Engineering EducationOpen Access
Volltext beim Verlag öffnen

0

Zitationen

7

Autoren

2026

Jahr

Abstract

อุตสาหกรรม AECO กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการบูรณาการAI ในหลักสูตรไทยยังขาดข้อมูลเชิงประจักษ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นและประเมิน ความพร้อมในการบูรณาการ AI โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างคณาจารย์ในสาย AECO ทั่วประเทศจำนวน87 คน เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s Alpha เท่ากับ 0.92 ผลการวิจัยพบว่าคณาจารย์เห็นด้วยกับการบูรณาการ AI ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.52, SD = 0.48) โดยทักษะด้านการวิเคราะห์และการคาดการณ์(Analytical & Predictive AI) เป็นส่วนที่ต้องการเน้นย้ำสูงสุด นัยสำคัญของงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและทักษะผู้สอนเพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความสำคัญของการประยุกต์ใช้ AI และสำรวจระดับความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในหมวดหมู่ทักษะที่แตกต่างกัน ในบริบทของหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย รวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยขับเคลื่อนและปัจจัยคงที่ที่มีอิทธิพลต่อการบูรณาการ AI ในหลักสูตร เพื่อเสนอแนวทางเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาการอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 การวิจัยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากคณาจารย์จำนวน 87 คน จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนในสาขาวิศวกรรมโยธา สถาปัตยกรรม ครุศาสตร์อุตสาหกรรม และการบริหารงานก่อสร้าง โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และการวิเคราะห์ขนาดอิทธิพล (Effect Size) ผลการวิจัยพบว่าคณาจารย์ให้ความสำคัญต่อการใช้ AI ในการเรียนการสอนโดยรวมในระดับสูง โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์เชิงวิเคราะห์และพยากรณ์ ด้านการประมวลผลภาษาและการจัดการเอกสารเพื่อสนับสนุนการวิจัยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในระดับสูง X̄ = 3.70 และ SD = 1.03 ระดับความเชี่ยวชาญด้าน AI ของคณาจารย์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ L3 สัดส่วนร้อยละ 34.48 แสดงถึงความสามารถในการบูรณาการ AI เข้ากับการเรียนการสอนได้ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนที่มีอิทธิพลสูงสุดคือความจำเป็นของกรอบจริยธรรมและกฎระเบียบด้าน AI (X̄ = 4.24, SD = 0.89) ในขณะที่ปัจจัยคงที่ที่สำคัญที่สุดคือความยืดหยุ่นของหลักสูตรต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (X̄ = 4.33, SD = 0.74) ทั้งคู่จัดอยู่ในระดับสูงและการวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลชี้ให้เห็นว่า มิติด้านความต้องการแรงงานและความเร็วของเทคโนโลยีมีนัยสำคัญเชิงปฏิบัติสูงสุด d = 0.41 สะท้อนให้เห็นถึงแรงบีบคั้นจากสภาวะภายนอกและอัตราเร่งของเทคโนโลยีว่าเป็นเงื่อนไขเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานมากกว่าแรงจูงใจในการปรับตัว ขณะที่มิติด้านงบประมาณ ทรัพยากร และการปรับปรุงหลักสูตรมีขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับเล็ก d = 0.20 ถึง 0.25 บ่งชี้ว่าข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเป็นอุปสรรคที่ชัดเจนกว่าปัจจัยขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ในขณะที่มิติด้านนโยบายระดับสถาบันและระดับชาติถูกมองว่ามีความสำคัญสอดคล้องกันโดยมีนัยสำคัญแตกต่างกันน้อยมาก d = 0.05 นอกจากนี้งานวิจัยชิ้นนี้ยังมีการรวบรวมข้อเสนอแนะของคณาจารย์ โดยพบว่าคณาจารย์หลายท่านได้เสนอให้ภาครัฐและมหาวิทยาลัยจัดทำกรอบสมรรถนะด้าน AI ที่ชัดเจน การสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงการพัฒนาทักษะความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยี AI ให้สำหรับอาจารย์เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการการขับเคลื่อน AI ในอุดมศึกษาสายอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ควรพึ่งพาเพียงทักษะเฉพาะบุคคล แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างผ่านระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรม ข้อค้นพบนี้ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างแนวปฏิบัติทางจริยธรรมที่ชัดเจนและการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพื่อยกระดับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

Ähnliche Arbeiten